Mongkhol's profileMonkey~Mongichi's SpacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 10 Julyสองสามวันนี้ไม่รู้เป็นอะไร
ไม่ได้มีความทุกข์
มีความสุข
แต่แค่กำลังตามหาความสบายใจ
เวลาผ่านไปไวจัง
อยากไปทะเลจริงๆ...
March 26 อดีตวันนี้ไปทำธุระแถวสามเสน ทำให้นึกถึงวันเวลาเก่าๆ
สมัยเรายังเด็ก
นี่ล่ะ เค้าว่ากันว่า สถานที่มันทำให้คนเราเกิดความผูกพัน
ความทรงจำเก่าๆของเรามันมักจะผูกกับสถานที่หลายๆแห่งเสมอ
เหมือนในนิยายผีแหละ ที่ถ้าตายไปก็สิงอยู่ตรงที่ๆไปบ่อยๆ
ทำไมนะ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราโตแล้ว
แต่มองย้อนกลับไปตอนนั้น มันเด็กจิงๆหัวยังเกรียนอยู่เลย
อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีก ชีวิตที่วันๆไม่ต้องคิดอะไร"ซับซ้อน"
กลับไปวิ่งเล่นแถวสะพานพุทธ เดินกลับบ้านกับเพื่อนๆ
ไปซื้อเกมแถวสะพานเหล็ก
แวะไปแอบดูเด็กๆที่เขาเรียนพิเศษกันแถวๆนั้น
ชีวิตของเด็กๆ ที่ไม่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อกัน
ไม่มีอินเตอร์เนต หรือ อะไรให้เล่น
มีแต่กีฬา เกม ด้วยกัน
ว่าไปวันนั้นๆ เราหลายๆคนในปัจจุบันยังไม่รู้จักกันเลย
แต่ละคนมันอยู่โลกไหนกันว๊า
ชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งพระนคร ของเด็กอายุ 15 ขวบ
มันสงบสุข และยังจำได้ชัดอยู่ในหัวสมองของเราทุกครั้งที่ได้กลับไปที่เดิม
ไปละ เขตพระนครในความทรงจำ
กลับไปสาทรทำงานเห๊อะ October 23 ฝันร้ายOctober 06 หนังสั้น
2008 Showgirl
:::Cast:::
(V) Um พัชราภา
(May) J' หนูแหม่ม
(Peng) Trainer
(Mong) Trainer
(Fon) Commentator I
(Victoria) Commentator II
:::Production Team:::
(Fon) Script I
(Victoria) Script II
(Peng) Sound Effect/Camera
(Mong) Screen Effect/Camera
(May) Props/Acting Coach
(V) Props/Acting Coach
September 02 สวยสั่งได้สวัสดีครับทุกทั่น มีความรู้สึกตะหงิดๆ ว่าจะต้องไม่มีใครมาเม้นบลอกนี้ยังไม่รู้ เหอะๆ แต่ช่างเหอะ อยากเขียนแล้วอ่ะ เห็นคนอื่นเขียนระบายอะไรมากมาย ก็อยากระบายบ้างนี่
และแล้วผู้สร้างที่โชคดีได้รับเงินค่าตั๋วหนังของเราไปก็คือ 200 pounds beauty นั่นเอง มันโชคดีจริงๆนะ เพราะร้อยวันพันปีไม่ค่อยดูหรอก นอกจากเกิดอารมณ์จริงๆ (อิๆ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ) สาเหตุที่ไปดูก็มาจากเห็นเพื่อนที่ออฟฟิสกล่าวขานกันถึงพอควร บวกกับแรงเชียร์หนังของน้องจ๋าวจุดจ๋วยอีกแล้ว เห็นเขาว่าหนุก - ครั้นจะไปดู ไชยา แม่ไม้มวยไทย ก็ดูจะไม่ใช่แนวเรา ... ก็เลยตัดสินใจเอาเรื่องนี้แหละ สำหรับคนที่ยังไม่ได้ไปดู... หนังก็น่ารักดีนะครับ ตามสไตล์โคเรียเลย เป็นเรื่องของนางเอกซึ่งไม่ค่อยพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ (ก็ไม่ค่อยน่าพอใจหรอกนะ อ้วนยังกะโอ่งมังกร) ก็เลยไปผ่าตั้งแต่หัวจรดเท้า !!! แล้วออกมาสวยมากกเลย (นางเอกที่เล่นเรื่องนี้สวยจริงๆ) จนได้เป็นนักร้องอาชีพ แล้วก็ดันลืมตัวตนเดิมของตัวเอง ทำให้เสียเพื่อนรัก คนในครอบครัว และเกือบจะเสียคนที่เขากะลังจะรักเธอ.... เดชะบุญที่สำนึกได้ตอนหลังตอนคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย(มั้ง) ตอนดูแอบนึกว่าจะโดนไฟพลุคอนเสิร์ตพุ่งใส่หน้า แล้วหน้าเละเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่ง่ะ ยังสวยได้อีก จนจบเรื่อง ก็สวยเหมือนเดิม แต่คนยอมรับเพราะเธอยอมรับตัวเองก่อน ... พอดูเสร็จแล้วรู้สึกสดชื่นๆอ่ะ ใครที่เจอมลภาวะทางอารณณ์เยอะๆไปดูน่าจะช่วยได้บ้างนะ อ่อ โดยเฉพาะ พวกบ้าศัลยกรรม น่าไปดูนะ อ่อ..ที่ขาดไม่ได้ และที่เราคิดว่าทำให้หนังดูดีที่สุด คือเพลงประกอบนั่นเอง ใครใช้ hi-speed ลองฟังนะ แปะไว้แล้ว - ใครจะไปดูเรื่องนี้ก็ต้องรีบๆไปแล้ว เพราะมันจะลาโรงฉายแล้ว - ไปแล้วคุณจะได้รู้สึกสดชื่นนิดๆหน่อยๆ ตามอัตภาพอ่ะ ไม่เวอร์มากมาย แต่ก็ไม่น้อยจนเสียดายเงินและเวลา - ที่แน่ๆ ออกมาต้องบ้าเพลงเหมือนมง ฮ่ะๆ Appendix... เกิดมาเป็นคนหน้าตาดีนี่มันดีจริงๆเลยนะ ใครๆก็รัก ใครๆก็ชอบ ขับรถชนตูดชาวบ้านก็ไม่โดนจับ ทำงานก็รุ่งมีคนสนับสนุนอีก... เราเองก็อยากมีหน้าตาดีสุดๆดั่งใครๆเขาเหมือนกัน พยายามเปลี่ยนตัวเองมาเรื่อยๆ มันก็พอเห็นผลนะ แต่ก็ดีสุดได้แค่ทำให้เพื่อนๆสมัยมหาลัยที่บังเอิญเจอตามทางเท้าจำไม่ได้ แต่ไอ่ที่จำไม่ได้เพราะดีขึ้นหรือเลวลง อันนี้ก็ไม่กล้าถามอีก... แต่พักนี้ปลงแล้ว เพราะคิดว่าถ้าจะเอาจริงมากกว่านี้คงต้องเล่นของ ไม่ก็ต้องพึ่งโบท็อกซ์เลย ให้คนอื่นมองเห็นความดีงามภายใน(ที่มีอยู่น้อยนิดยิ่งกว่าภายนอก)ดีกว่า แต่ก็นั่นแหละเพื่อนคนนึงเคยบอกว่าใครที่ชอบมึงที่จิตใจนี่ กูเสียใจกับเขามาก เขาซวยจริงๆที่มาชอบคนอย่างมึง เอิ๊กๆ ก็ว่ากันไป... ท้ายนี้ขอโม้ด้วยความภูมิใจว่า ได้ T Pur Intense ของ Bioterm มาแล้ว ต่อไปหน้าจะไม่มันเป็นช้างตกมันซะที .. ขวดนึงพันกว่าแต่น่าจะใช้ได้สองปี คุ้มกว่าใช้กระดาษซับมันวันละ 5 แผ่น เดือนนึงซื้อกล่องนึงตกเดือนละ 100 กว่าบาทไม่คุ้ม เพราะใช้ซับมันไฮโซของ Gatsby ก็เลยคิดว่าเอาโลชั่นชโลมโปะเข้าไปเลยให้น้ำมันไม่ต้องไหลเยิ้มออกมาดีที่สุด อยากได้มาเป็นปีละ..เจอซะที ภารกิจเพิ่มขนคิ้วก็สำเร็จไปส่วนนึงละ แต่ช่วงนี้เปลือกตาขวาเด้งกลับมาเป็นชั้นเดียวอีกแล้ว เห้อ! เย้ยยยย 200 pounds beauty !!!!...^^
(PS. ขอให้มีคนเม้นเกิน 5 ด้วยเถอะค้าบบ ปล่อยมุขซะขนาดนี้แล้ว ช่วงนี้รุสึกไม่มีใครเหลียวแลไงไม่รู้ เหอๆ)
August 14 Trip to เชียงใหม่ในที่สุดก็ได้ไปเชียงใหม่แล้ว! ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปเชียงใหม่เลย เคยไปเมื่อสี่ปีที่แล้วก็แค่วันเดียว ไปเช้าเย็นกลับ แต่ครั้งนี้ได้ตั้ง 5 วันแน่ะ
10 เรื่องน่ารู้ในเชียงใหม่ (สำหรับกะผม) คือ..
1. ซาว แปลว่า 20
2. ถ้าจะซื้อของอะไร ให้ถามว่า "ต๊ะไดครับ/ค่ะ" (แต่ไม่กล้าพูดซะที กลัวสำเนียงไม่ได้ เหอๆ)
3. มีมนต์นมสด ที่เชียงใหม่ด้วย คนไม่แน่นเลย บรรยากาศก็ดีกว่าเยอะขุม
4. มีร้านขนมที่ปกติเราชอบซื้อกินที่กรุงเทพด้วย รสชาติเหมือนกัน
5. มีเค้กร้านนึงอร่อยมาก ไม่แพ้ร้านดังๆในกรุงเทพเลย พอดีกับก่อนที่เพื่อนจะมารับที่สนามบินก็แวะไปซื้อ เอามาให้พวกเราได้ชิมกัน เลยติดใจกันทั้งทีม (เหมือนน้องๆจะปลื้มมากกว่าเราอีกนะ ขนาดเราเป็นคนรีเควสเองนะนี่ ฮ่ะๆ)
6. มีร้านเค้กเลียนแบบร้านข้างบนด้วย ชื่อสั้นกว่า แต่เค้กคล้ายๆกัน ไปลองกินแล้ว เสียใจเลย เพราะมันคนละร้านกันอ่ะ-
7. ไนท์บาซาร์ ไม่มีอะไรเลย นอกจาก ผ้าปูเตียง กางเกงมวย
8. ผาลาดฯ บรรยากาศดี แต่เหมือนไปเที่ยวฟาร์มโชคชัยไงไม่รู้ ฮ่ะๆๆ
9. Mo C Mo L = Monkey Club and Moon Lover
10. ร้านริเวอร์ไซด์ ใช้บัตรประกันสังคมลดได้เท่านั้น (5%) งงๆป่ะ
10 เรื่องน่ารู้ มีแต่อาหารแทบทั้งนั้นเลย ... แต่ครั้งนี้ถึงจะแวะหลายร้านยังไง
แต่กลับมาบ้านน้ำหนักกลับลดลงได้อีก ... ก็เพราะกินน้อยยิ่งกว่าใครๆนี่นา
หรือเป็นเพราะพยาธิในแหนมมันเข้าร่างก็ไม่รู้ ... แต่ถ้าเป็นเรื่องเค้กหรือของหวานนี่ สู้ตาย
ตอนนี้เวลาจะบอกน้ำหนักใครต้องเมคตัวเลขจริงบวกสามหรือสี่แล้ว ไม่งั้นต้องโดนว่าๆผอมแน่ๆ
อาทิตย์หน้าก็จะมาใช้ชีวิตอยู่ในใจกลางเมืองแล้ว ช่วงนี้อะไรหลายอย่างรอบตัวกำลังจะดีขึ้นนะ
รู้สึกว่าทุกครั้งที่เจอเรื่องซวยๆ จะมีคนเข้ามาช่วยไว้ทุกที.. ทั้งเพื่อนๆ น้องๆ ดีกับเราทั้งนั้น
มันทำให้มีกำลังเพิ่มได้เยอะเลย เพราะมันเป็นกำลังจากใจไงล่ะ (อุแหวะ)
เอาเป็นว่าถึงแม้จะช่วยกันแบบเต็มใจ ไม่เต็มใจ จริงใจ หรือไก่กา ก็ต้องบอกว่าขอบคุณที่ยังนึกถึงกัน
มิตรภาพมันจะยังคงอยู่เสมอเนอะ เมื่ออย่างน้อยเรายังนึกถึงกันไม่ลืมกัน
จริงๆแล้วเราก็เป็นคนโชคดีในระดับหนึ่งแล้วนะ แต่ไม่ค่อยจะรู้ตัวอ่ะว่าเรื่องที่เจออยู่มันเป็นเรื่องดี
สักวันในอนาคต ถ้าไม่ได้เป็นแบบนี้ จะทำยังไงก็ไม่รู้... ขึ้นเหนือครั้งนี้มีความรู้สึกเกิดขึ้นหลายๆอย่าง ซึ่งก็ได้บอกไปกับหลายๆคนแล้วว่า ถ้ากลับมาที่บ้านแล้วคงจะคิดถึงน่าดู... เพราะคงไม่ได้มาบ่อยนี่นา ฮ่ะๆ
ผมจะไม่ลืมคุณ (เชียงใหม่ และ Electro Ceramics)
July 28 อยากรู้...แต่ไม่อยากถามวันก่อนดูละครเรื่องนึง โหยย..ตัวละครโคดโง่เลยอ่ะ
เพื่อนดีๆใกล้ๆตัวเสรือกไม่ชอบ สงสัยเพราะเขาธรรมดากะมอมกะแมมไปมั้ง
ไปชอบคนไกลตัวที่ดูมีเสน่ห์.... แต่เจ้าเล่ห์ชะมัด แถมโดนหลอกแล้วไม่เข็ดอีก..
แต่ความรักมันก็บังคับกันไม่ได้อ่ะ บังคับใจเธอไม่ได้เหมือนกัน
แต่เชื่อไหม เดี๋ยวอีกไม่กี่ตอนต้องวิ่งหนีกลับไปหา"คนใกล้ตัว"
แต่มันไม่ใช่ประเด็นหรอก จริงๆแค่ชอบเพลงประกอบ...เพราะดีอ่ะ
ได้เสียงเพียงลมหายใจ แค่ได้ใช้เวลาร่วมกัน แค่เพื่อนเท่านั้น แต่มันเกินห้ามใจ
ที่ค้างในความรู้สึก ว่าลึกๆเธอคิดยังไง รักเธอเท่าไรแต่ไม่เคยพูดกัน
อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย
เธอจะมีใจหรือเปล่า เธอเคยมองมาที่ฉันหรือเปล่า
ที่เราเป็นอยู่นั้น คืออะไร
เธอจะมีใจหรือเปล่า มันคือความจริงที่ฉันอยากรู้ติดอยู่ในใจ
แต่ไม่อยากถาม กลัวว่าเธอเปลี่ยนไป
วันนี้กลับมาบ้านดึกหน่อย ตอนแรกว่าจะไปดูหนังสั้นของโครงการ Chevron รวมใจ
ซึ่งเขาจะฉายกันแค่วันละสองรอบเท่านั้น 6 โมงเย็น และทุ่มนึง
แต่ก็ล้มเลิกไป กลายเป็นเดินวนไปวนมาหน้าโรงหนังซะงั้น ฮ่ะๆ
แล้วก็ไปจ่ายค่าอินเตอร์เน็ต อ้อ! โปรโมชั่น 5 เบอร์โทรฟรีใกล้จะหมดละ
แป๊บเดียวหกเดือนแล้วเหรอนี่....ต่อไปโทรไม่ฟรีแล้วนะค้าบ
อ่อ..สำหรับคนที่อยากรู้ว่าตัวเองตาเล็กหรือตาโตให้ทำงี้..หลับตาและใช้นิ้วแตะตรงเปลือกตา
แล้วใช้มืออีกข้างลองแตะเปลือกตาของคนที่ต้องการเปรียบเทียบ
ลองดูนะ... พอดีเคยโดนสบประมาทมาว่าตาเล็ก
แล้วตอนนั้นไม่ยอมรับเลยเคยมีการลองเปรียบเทียบมาละ ฮ่ะๆ
จริงๆว่าจะขี้เกียจเขียนแล้วนะ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีโอกาสระบายเรื่องต่างๆให้คนที่เคยฟัง ได้ฟังเลย
อยากแหกปากใจจะขาดแล้วววว!!
คิดถึงทุกคน...
July 14 พัทยา..ซะทีอื้มม หลังจากที่กระหายการไปทะเลมาตั้งแต่ช่วงพักร้อนที่ผ่านมา ในที่สุดก็ได้ไปพัทยา..ซะที!!
แต่ไปแบบกะทันหันเพราะต้องไปทำงานแทนเพื่อนสาวที่ติดภารกิจด่วนระดับชาติของทรูมูฟ
ไปพัทยาทั้งที ก็มิให้เสียเที่ยวกับที่กระหายอยากมานาน ก็เที่ยวกินแทบทุกวัน (แต่เฉพาะหลังเลิกงานนะครับ ฮ่ะๆ)
เริ่มตั้งแต่วันแรก พวกเราก็ไป walking street จริงๆมันเป็นที่ๆใครๆก็คงเคยนั่งรถผ่านไป แต่ไม่รู้จะเคยไปเดินกันหรือเปล่า
พวกเราไม่เคยไปเดินกันเลยสักคนก็เลย ไปเดินเล่นชิว แถมด้วยถ่ายรูปกันกลางซอยอีก และก็ตามเคยโดนชวนไป... ฮ่ะๆ
หลังจากทริปชวนสยองผ่านไป เราก็ได้ไป royal garden plaza ห้างสุดหรูของพัทยา ไปดูบ้านผีสิงของริบลี่ย์ (ด้านนอก)
ขนาดจะออกตังค์เลี้ยงน้องๆให้เข้าไป ยังไม่มีใครคิดจะเข้าเลย แล้วพวกเราก็ไปกินๆๆๆ กินกันแบบตายอดตายอยากอีกครั้ง
ปิดท้ายคืนสุดท้าย กับมื้อเย็นสุดชิว ริมทะเล ที่ร้านมุมอร่อย สาขาริมหาดพัทยาไปเป็นครั้งที่สามแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าบรรยากาศดีจริงๆ
และรู้สึกดีที่สุดที่เจ๊ดิวเลี้ยงนี่ล่ะ 55 ซีเนียร์อย่างเราเลยรอดตัว ไม่ต้องเลี้ยงน้องๆอีกสี่ชีวิต
กลับมากรุงเทพละ วันนี้ลงรถแล้วไม่เห็นชิงช้าสวรรค์ที่สวนลุมไนท์แล้วอ่ะ เค้าเก็บไปแล้ว
ทำให้รู้สึกได้ว่าอะไรๆมันเปลี่ยนไปเยอะเลย ใจหายจริง
ถึงแม้จะไปสนุกสนานเริงทะเลได้สี่วัน
แต่เราก็หนีชีวิตในเมืองกรุงไม่พ้นจริงๆ ต่อไปก็ต้องเที่ยวสยามเหมือนเดิม
แต่ไม่หรอก อาทิตย์หน้ายังต้องไปเก็บงานอีกสองวัน งานนี้ต้องมีส่งท้ายริมชายหาด 55 เฮ้อ จะว่าไปแล้วโอกาสที่ได้ทำงานด้วยเที่ยวด้วยแบบนี้หายากนะ ยกให้จ็อบนี้เป็นจ็อบตจว.ที่สะใจจริงๆ
ว่าแล้วก็ฝันหวานถึงเชียงใหม่ ..... อีกหนึ่งเดือนจะได้เจอกัน..อีกซะที
July 05 เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย"ฮัดเช้ย! เวลาที่เราจามเป็นเพราะมีคนคิดถึง หรือเพราะอากาศเปลี่ยนกันแน่นะ ?" ข้อความข้างบนนี้นำมาจากหนังเรื่อง season change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ตลกดีเหมือนกันนะ
ปีหนึ่งๆ พวกเราต้องผ่านสภาพอากาศถึง 3 ฤดู เชียวนะ
ถ้าจะเปรียบฤดูที่เปลี่ยนแปลงกับความรู้สึกของพวกเรา มันก็คล้ายๆกัน
เพราะมันก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ผมเป็นคนที่เป็นหวัดง่ายมากครับ... แค่ฝนตกวันเดียว อากาศเปลี่ยน ก็น้ำมูกไหลเลย ปีที่ผ่านมา เป็นหวัดไปตั้ง 4 ครั้งทีเดียว
ก็ช่วงนี้อากาศมันแปรปรวนนี่นา
แต่ปีนึง 3 ฤดู มันน้อยไปเนอะ อยากให้มันมีซัก 10 ฤดู เวลามันจะได้ผ่านไปช้าๆ และทำให้เรา
"แน่ใจว่าหัวใจตัวเองเปลี่ยนแปลงบ่อยเหมือนอากาศหรือเปล่า?"
=============================================================
อยากดูเรื่อง season change อ่ะ ไปหาแล้วซื้อแถวออฟฟิสแล้ว ไม่มีเลย มันเก่าเกินแล้ว ใครมีขอยืมนะ
June 29 อาชีพในฝันวันนี้เป็นวันที่พวกเราชาว PricewaterhouseCoopers ทำงานกันครบปีอีกแล้ว!!!
วันสุดท้ายของการเป็น Senior III ของเราด้วย
เป็นอีกวันสำคัญของการทำงาน เพราะวันนี้ของทุกๆปี เป็นวันที่พวกเราจะได้เติบโตในหน้าที่การงานไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว
เจ้าของบลอกก็เลยอยากเขียนเรื่องอาชีพในฝันซึ่งมีหลายอย่างมากเลย ไม่ว่าจะเป็น
คุณครู
เด็กทุกคนน่าจะอยากเป็นนะครับ เพราะก็เป็นอาชีพเดียวที่เห็นได้ตอนเรายังเป็นเด็ก แต่เราแอบคิดชั่วอยากเป็นครูเพราะจะได้ตีเด็กล้างแค้น ที่ถูกครูตี ตอนเด็กๆก็ชอบเอาไม้หลายๆแบบ เช่น ไม้บรรทัด ไม้เรียว ไม้หน้าสาม มาตีน้องชาย ว่าแบบไหนเจ็บกว่ากัน สะใจดี! หลังๆเขายกเลิกระบบไม้เรียว เลยไม่อยากเป็นคุณครูละ รู้สึกหมดสนุก...
the Singer
สมัยเรียนมัธยม ชอบร้องเพลงมากๆ ร้องเพลงให้คนอื่นฟังทุกวัน ทุกแบบ ทุกสถานที่ ... แต่... วันที่ประกวด Singing Contestของโรงเรียน เหอะๆๆ มีเรอะ ไอ่มงจะพลาด หลังจากถามความเห็นจากเพื่อนๆแล้วก็ตัดสินใจไปร่วมด้วย กล้ามาก แต่ขณะที่ร้องก็บังเอิญเหลือบไปเห็นหน้าเพื่อน แล้วรู้สึกว่าหน้าเพื่อนตลก ก็เลยขำก๊ากๆออกมา ขำแล้วหยุดไม่ได้ ร้องไปก็หัวเราะไป เพลงแมร่งก็เพลงช้า ไม่ได้เป็นเพลงแดนซ์เน้นความสนุกสนาน ขนาดพยายามมองอย่างอื่นแล้ว แต่ก็คิดถึงแต่หน้าเพื่อนตลกๆ อาจารย์คงคิด แมร่งขำห่าไร หัวเราะไม่เลิก และแล้วก็ต้องยอมแพ้ ขอลงมานั่งสงบอารมณ์จะดีกว่า ตั้งแต่วันนั้นมาผมไม่เคยร้องเพลงให้คนแปลกหน้าฟังอีกเลย ...
วิศวกร
อ่า.. นี่มันเป็นอาชีพยอดฮิตของรร.ชายล้วนอยู่แล้ว เราก็เอากับเขาด้วย แต่ก็ล่มไม่เป็นท่า ทำแลปก็ไม่เป็น ทำช็อปก็ไม่ได้ เขียนแบบก็ไม่สวย เซ็ง...เท่าที่จำได้ตอนนั้นคือ มีเพื่อนสนิทชื่อกอฟ กูไม่เคยลืมมึง ตอนหลังตัดสินใจลาออก เพราะคิดว่าไม่รุ่ง
นักรัฐศาสตร์
อยากเป็นเหมือนกัน เพราะอะไรเหรอ? เพราะเท่ดี เด็กรัดสาดจุฬา โฮ่ๆ แต่บังเอิญได้เอนติดบริหารซะก่อน ไม่งั้นตอนนี้เราคงเป็นปลัดอำเภออยู่สักที่ในประเทศไทยแห่งนี้
โปรแกรมเมอร์
ตอนนี้ย้ายมาเรียนบริหารธุรกิจละ รู้สึกว่ากว้างดี คือถ้าอยากเป็นอะไรอีก ก็เปลี่ยนเอกในคณะตัวเองแหละ ไม่เสียเวลา พอเรียนไปแล้วก็ไม่รุ่งอีก ก็เลยทำเรื่องย้ายเอกอีก
ปัจจุบัน
เป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ได้มาทำอาชีพนี้ก็เพราะตอนเรียน ย้ายไปไหนไม่ได้แล้ว ไม่มีเวลาแล้ว ฮ่ะๆ ล้อเล่น ชอบเรียนบัญชี และก็ฝันไว้ตั้งแต่วันที่ย้ายเอกละ ว่าเราจะมาทำงานที่นี่ ^^
อนาคต
????
- อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย เป็นหวัดอีก
- น้องชายก็จะกลับมาอาทิตย์หน้าแล้ว มานอนร่วมห้องกะกูอีก ห้องนอนไม่ว่างแล้ว!!
- น้ำหนักลดไป 4 kg ดีเหมือนกัน
- ช่วงนี้มีแต่น้องๆเรยีกให้ไปเลี้ยงฉลอง ดีนะ ไม่หลวมตัว ไม่งั้นหมดตูดแน่
- อาทิตย์หน้าต้องไปยิงหน้าอีก รอบสุดท้ายละ
- เดือนสิงหา จะได้ไป ล่องเหนือ แอ่วดอย ณ เชียงใหม่ แล้ว !!:p
- ขอให้ทุกทั่นและกระผมโชคดีครับ
โม้มายาว กลับมาเรื่องเดิม วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำงานในปีที่ 4 แล้ว..
ยินดีกับน้องๆที่กะลังจะได้เป็นซีเนียร์ใหม่ พี่ๆ และก็น้องๆรุ่นอื่นด้วย ที่จะได้แก่ขึ้นเหมือนกรู 555
วันจันทร์นี้ก็จะมีน้องใหม่ๆเข้ามาแล้ว จะมีใครเข้ามาอ่านบลอกเราบ้างไหมเนี่ย หึๆ
วันสุดท้ายของปีนี้ พวกเราชาว PwC ทำอะไรกันบ้างว้า??..
June 15 13 Things that made me happy13 Things that made me happy
(เพราะใครบางคนบอกว่าสิ่งที่เรามองเห็นจับต้องภายนอกได้ ..เราสัมผัสถึงความรู้สึกภายในของมันได้หรือเปล่า?)
อันดับที่ 13 - มักโรนีครีมซอส
อันดับที่ 12 - น้ำหอม
อันดับที่ 11 - เค้กคิ้ม (Kim)
อันดับที่ 10 - หนังอินดี้
อันดับที่ 09 - ข้าวไข่ข้นกุ้ง
อันดับที่ 08 - คลินิคเด็ก เบบี้ เบรซ ถ.คอนแวนต์
อันดับที่ 07 - ไอศกรีมส้มใส่วิปครืม
ไม่มีอันดับ - เค้กวันเกิด
ไม่มีอันดับ - บ้านน้ำเคียงดิน และ เบียร์
ไม่มีอันดับ - น้ำพุหน้า LH Bank
ไม่มีอันดับ - หมีดำ
ไม่มีอันดับ - สมุดทำมือลิงน้อย
ไม่มีอันดับ - ขนมอบกรอบ
ขอบคุณทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง ทุกๆที่ ทุกๆคน ที่ทำให้ผมมีความสุข...
จะไม่มีวันลืม..
June 09 แค่เห็นก็ขี้เกียจอ่านแล้วนี่ก็เป็นอีกวันที่มีเวลาว่างมหาศาล เลยถือโอกาสออกไปตะลอนนอกบ้านซะหน่อย
ทั้งที่ไม่ได้แพลนอะไรไว้เลย แต่อยากไปอะ ไปตามที่ใจต้องการ (แหวะว่ะ ฮ่ะๆ)
ตอนแรกก็ไม่อะไรหรอก แต่ตอนหลังไม่ได้ละ ต้องเขียนๆ เพราะเป็นอีกวันที่ได้ทำอะไรเยอะจริงๆ
และแล้วก็ตัดสินใจไปมหาลัยดีกว่า คือมันจำเป็นต้องไปด้วยล่ะ แรกๆก็ว่าไม่น่าจะมีอะไรนะ
แต่พอนั่งรถไปแล้ว เห็นบรรยากาศ ตั้งแต่ท่าเตียน ท่าช้าง ท่าพระจันทร์
ก็รุสึกว่า ไม่ได้ละ มันประทับใจบอกไม่ถูก ทุกที่ๆนี่ เป็นที่ๆเราเคยเดินไปมาอยู่นี่นา
หลังจากทนเห็นภาพตัวเองในอดีต เป็นเงาๆ เดินไปมาอยู่แถวนั้น ก็ทนไม่ไหว
และเราก็ตัดสินใจลงเดินสักนิดดีกว่า
บรรยากาศดีจริงๆ มีคนแปลกๆขายของเยอะแยะด้วย ขายอะไรไม่รู้อะ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
แต่ทุกร้านขายดีจริงๆ คนซื้อมุงกันเยอะเลย
แต่ที่พอเห็นว่าขายเยอะ และดีสุด คือ องค์จตุคาม นะ แถวนั้นของเกี่ยวกับศาสนาเยอะจริงๆ
เดินไปได้ไม่นานก็รุสึกว่า 'เอาวะ! วันนี้ตัดใจเดินร้อนๆทั้งวันเลยดีกว่า หนุกดี เอาหนังหน้ามูลค่า 2,000 กว่าบาทแลกเลย' โคดชอบเลยอะ ที่นี่คนแปลกๆเยอะ นั่งกันหน้าดำเลย แต่จะคุยกะเขาก็คุยง่ายอะ และก็เป็นมิตรด้วย
ไม่เหมือนเวลาไปเดินตามในเมืองอะ นั่นก็อีกแบบ คนละอารมณ์ อาจะเป็นเพราะไม่ได้มานานแล้วด้วยมั้งเลยประทับใจ
เพราะเมื่อก่อนก็ไม่เห็นจะรู้สึก amazing ขนาดนี้เลย
อยากเข้าไปลุยซื้อพระด้วยจัง แต่ไม่ใส่อะ เลยไม่ดีกว่า
พอเดินเข้าใกล้มหาลัย ก็เริ่มมีพวกเดียวกันให้เห็นละ พวกเด็กๆไง ฮ่ะๆ ใส๊ บ้องแบ๊ววว นี่เราคงเห็นป้าแก่มานานเกิน จนรู้สึกว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "เด็ก" เหล่านี้ได้หายไปจากโลกนี้แล้วนะเนี่ย
ถึงมหาลัยแล้ว คิดถึงจริงๆเลย คิดถึงมหาลัย ก็เลยต้องโทรไปหาเพื่อน "เฮ้ย กูมามหาลัยอะประทับใจจังเลย"
มันก็บอกว่า "เป็นใครก็ต้องประทับใจ เพราะมึงไม่ได้มาสี่ปีแล้วนี่!" เอ้อ จริง
เดี๋ยวนี้ของเค้าพัฒนาแล้วนะนี่ มี option มากมาย หลังคา ม้านั่ง และอื่นๆ
สี่ปีนี่มันนานเหรอ ความรู้สึกเราตอนนี้ เหมือนไม่ได้มาแค่สี่เดือนเอง
หิววว ละ หลังเดินไปเดินมาอยู่พักนึง ก็แวะกินมื้อเที่ยงที่ร้านชื่อ "ท่าพระจันทร์"
ได้ยินว่าร้านนี้มีมานานแล้วนะ แต่ทำไมตอนเรียนอยู่ไม่เห็นเคยได้ยินเลย
หรือร้านมันไม่ฮิตในกลุ่มเราวะ จำไม่ได้ บรรยากาศร้านดีเหมือนกันนะ เก่าๆ แต่ไม่โทรม
อาหารก็ดีและไม่แพง เป็นนักศึกษานี่ดีจริงๆ มื้อเที่ยงถ้าไปกินแถวสาทรแพงกว่านี้สองสามเท่าเลย กินเสร็จละ ไม่อิ่ม แต่ช่างมัน เดินทางต่อ
จริงๆอยากไปเที่ยว ป้อมพระอาทิตย์ ที่เป็นฉากสุดสวีตของละครเรื่องหนึ่ง โหยยย ไปนั่งตรงม้านั่งริมแม่น้ำ ดูเสาสะพานพระราม 8
ไปนอนบนสนามหญ้า กลิ้งไปมา ให้แดดเผาเล่น
ตื่นๆๆ ไม่ได้ไป
และแล้วความฝันก็ล่มสลาย เปลี่ยนเป็นไปท่าวังหลังซื้อของแทน
ของที่ได้ติดมาก็คือ ขนมปังร้านดังอะ อยากกินมานานแล้ว แต่ไม่รู้มันอยู่ตรงไหน วันนี้เพิ่งได้เจอ จริงๆอยากไปเดินดูที่เขาขายเสื้อเหมือนกัน แต่ที่นี่ temperature rising มากๆ
ทำไมแต่ละร้านขายแต่ของทอด แล้วเอากะทะร้อนๆมาวางตรงใกล้ๆหน้าคนเดิน ขณะนี้ต้นทุนค่ารักษาหน้าพุ่งแล้ว เลยกลับข้ามฝั่งมาท่าพระจันทร์ดีกว่า
หลังจากฟาดไอติมดับร้อนสักครู่ ตอนนี้เรากำลังจะเดินทางออกจากมหาลัยแล้ว
สิ่งที่ประทับใจวันนี้ก็คือ หลักฐานว่าหน้าเรายังไม่เอาท์จากกลุ่มเด็กมหาลัยซะทีเดียว เพราะ
ได้รับใบปลิวจากน้องๆสาวๆให้ไป work and travel โอ้โห!!
น้องเค้าเลือกหน้าก่อนแจกนะ เพราะเค้ามาเป็นทางการเป็นโต๊ะเลย แล้วที่ดูเขาก็ให้เป็นคนๆไป ไม่ใช่พวกแจกทุกคนซี้ซั้วตรงประตูมหาลัย ได้ทีเราก็สมอ้าง "นี่อะไรเหรอ work and travel คืออะไรอ่ะ" ครั่กๆๆ
ยังไม่จบแค่นั้น.. ขณะที่กำลังจะกลับ มีเด็กครับพี่น้อง น้องผู้ชายตะโกนมาว่า "เฮ้ย ไปเที่ยวไหน นัท"
แล้วน้องผู้หญิงเดินเข้ามาทักพร้อมๆกัน แล้วพอเราหันไปเค้าก็บอกว่า ทักผิดค่ะ
ครั่กๆๆๆ ชอบจริงๆ ขำที่เขาหน้าเสียด้วยล่ะ ดีนะที่เขาไม่พูด ขอโทษค่ะลุง ไม่งั้นสามบรรทัดนี้จะไม่ได้อยู่ในบลอกนี้
และแล้วเราก็มุ่งหน้าไปทำธุระนิดหน่อย
ไม่ทันไรก็เย็นแล้ว ตีรถแท็กซี่กลับมาสยามดีกว่า หิวด้วย
เย็นนี้มาพร้อมกับความตั้งใจว่าจะต้องซื้ออะไรให้ได้สักอย่าง เสื้อทำงาน กระเป๋า มันเก่าหมดสภาพแล้ว เดินไปเรื่อยๆจนถึง CTW สักพัก รุสึกตะหงิดๆว่าทำไมพนักงานขายทุกร้าน ยืนเรียงกันเหมือนรับเสด็จใคร และอีกสักพัก ก็มีชายชุดดำวิ่งกรูกันมา คิดมีจราจล เลยรีบวิ่งหนีออกห่าง
และมีเสียงกรีดร้อง เสียงคนวิ่งดังยังกับตึกจะถล่ม
โอ้วว เค้ามาดูดาราเกาหลีกันนี่เอง เราก็วิ่งตามคนอื่นทันทีเลย แต่ไม่ได้ตามไปดูนะ วิ่งหนี กลัวโดนเหยียบ เพราะเวลานี้ไม่มีผู้ชายคนไหนเป็นที่ต้องการ
ของสาวๆที่นี่อีกแล้ว ทุกคนวิ่งตามดาราคนนั้นคนเดียว อยู่ใกล้ๆมีสิทธิเจ็บตัว แล้วไม่มีใครเหลียวแลอีก หนีมาไกลยังได้ยินเสียงกรี๊ด กระหึ่มๆไล่หลังอยู่เลย น่ากลัวจริงๆ
ไปๆมาๆ ดึกเลย ท้องก็อิ่มแล้ว ได้เวลากลับละ
กรุงเทพนี้มีอะไรน่าไปลอง มากกว่าสยามอีกเยอะเลยนะนี่ จริงๆอีกไม่นานก็ต้องไปเรียน ป.โทละ คงไม่ได้อเมซซิ่งกับท่าพระจันทร์เหมือนวันนี้หรอก คงเบื่อมากกว่า
แต่บางทีได้ทำอะไรที่มันแปลกๆไปจากที่เคยทำบ้างก็ดีนะ ใครขับรถบ่อยๆลองไปเที่ยวแบบไม่ขับรถดูดิ ได้อารมณ์ดีนะ
วันนี้เหนื่อยจริงๆเลย แต่ก็ดีนะ ไม่มีโอกาสทำอะไรแบบนี้มานานละ
และก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำอีกหรือเปล่า คิดว่าคงไม่ล่ะ
ใช่ เวลามีแต่เดินไปข้างหน้า
เหมือนชีวิตของผมและคนรอบข้าง ที่ต่างก็เดินไปข้างหน้า
ถึงแม้บางเวลา เราจะหยุดยืนด้วยความอ่อนล้า
แต่เราก็เข้าใจว่า
คนเราย้อนเวลากลับไม่ได้
แต่เราอยู่อย่างมีความสุขกับวันนี้.... น่าจะได้นะ
ปล. เมื่อวานได้ดู sexphone คลื่นเหงา rerun ในทีวี อ๊ากก น่ารักจริงๆเลย สุดยอดด ความรักแบบเหมือนพวกเพื่อนบ้านตีกัน ลองไปหาดูกันอีกทีนะ June 04 พักร้อนเห้อ! นานๆจะได้หยุดยาวๆเหมือนเด็กปิดเทอมซะทีนึง ดีใจที่ซู้ดดด หยุดโดยที่ยังไม่มีแพลนอะไรเป็นทางการเลย
มาลองดูกันว่าเกือบๆ 20 วันนี้จะได้ทำอะไรบ้าง
DAY1:Laser Quest
55 รอมาเกือบปีแล้ว กะว่าถ้าว่างจะต้องไปซ่อมหนังหน้าอีกครั้ง
ทำงานเก็บเงินมาเพื่อสิ่งนี้เลยนะนี่
พอไปถึง.. โอ้โห
เดี๋ยวนี้ศูนย์เลเซอร์เปิดใหม่แล้ว หรูหราไม่เบา วันธรรมดาคนก็น้อยดี
นั่งลงไปเหงื่อยังไม่ทันแห้งก็โดนเรียกขึ้นเตียงแล้ว
คุณหมอก็มาเร็วมาก มาถึงจับปิดตาแล้วก็บอกว่า "เริ่มเลยนะคะ"
SHOT.. SHOT.. SHOT..
ไอ่ที่เคยจำได้ว่าเจ็บ มันก็เจ็บจริงๆด้วย ร้อนๆ เหมือนโดนจุดไฟแช็คใส่หน้าเลย
แต่เอาวะเริ่มแล้วนี่
ไม่น่าเชื่อว่าเวลาไม่ถึง 1 นาที จะโดนยิงไป 37 นัด ไม่ได้นับด้วยดิ มัวแต่เจ็บ
และแล้วใบเสร็จก็ออกมา ในเวลาไม่ถึงอีก 2 นาที สนนราคา 2,500 บาท!+
พร้อมกับสภาพหน้าที่เหมือนโดนผึ้งทั้งรังรุมต่อย แถมหน้ายังมีกลิ่นไหม้อยุ่เลยนะนี่
ทำออกมาหน้าเละยิ่งกว่า before อีก ไรวะ
แถมตอนเดินลงมาด้านล่างที่เป็นคลินิก คนมอง มองเหมือนเราเด่นมากๆ
แล้วพอเดินไปตรงทางออก ก็มีเจ้าหน้าที่รีบเดินมาแล้วยิ้มให้ แล้วบอกว่าขอบคุณนะคะ
เราก็ ยิ้มมมมมมมใส่พี่เขา
ตอนแรกว่าจะไปเดินต่ออีกหน่อย เปลี่ยนใจเลย อาย
DAY2:LIFE on the ROAD
ตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย เพราะเมื่อคืนขี้โม้ดึกไปหน่อย ฮ่ะๆ
ส่องกระจกดูหน้าตัวเอง รอยผึ้งต่อยที่อยู่บนหน้าก็หายไปแล้ว ดีใจจริงๆ
แต่ต้องรีบไปแล้วละ มีนัดตอนเที่ยง
ฟิ้วววว!
ทำไมรถมันติดงี้อะ พวกพนักงานออฟฟิสที่ออกมากินข้าวเที่ยงเกะกะมากเลย
ทำให้เราเลทไปเกือบชั่วโมง
ใจหายมากๆ ทำอะไรก็ไม่ได้ นอกจากใช้ชีวิตอยู่บนถนน
แล้วก็โทรไปบ่นให้เพื่อนฝูงมันช่วยปลอบใจว่า เค้ารอมึง เค้ารอมึง
เผลอแปปเดียว ค่ำแล้ว...วันนี้ไม่ค่อยได้คุยกับใครเลย คุยกับแม่เยอะที่สุด
เรื่องที่คุยก็ไม่พ้นเรื่องเดิมๆ ของคนเดิมๆ
ที่ต้องใช้ประโยชน์ทั่นแม่นิดนึงเพราะไม่อยากนอนแล้วอ่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า
ขอบใจนะ ม้า ฮ่าๆ
DAY3:
วันนี้ตื่นแต่เช้าเลย เพราะมีนัดตอนเก้าโมง ง่วงจริงๆเลย
แต่ก็ลากสังขารขับรถออกไปจนได้
สามวันนี้ขับรถตลอดจนเข่าอ่อนเลยทีเดียว เพราะรถในกรุงเทพมันเยอะจัดๆ
กลับมาถึงบ้านก็สลบ แต่เย็นๆก็ต้องสะดุ้งตื่น
เพราะข่าวน้องชายขับรถไปชนกับชาวบ้านอีกแล้ว ทั้งที่เมื่อวานซืนมันเพิ่งถอยรถชนประตูบ้านไปหยกๆ
โอ้ รถของคุณพ่อที่มันเอาไปขับตอนนี้ สภาพแย่จริงๆ หมดราคาซึ่งไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว
DAY4:
เอาละ หลังจากที่โดนติเตือนมาว่า ถ้าคนอื่นรู้เรื่องเราทุกฝีก้าวมันอันตราย
ก็ขอจบเรื่องพักร้อนไว้เท่านี้นะครับ แต่ที่แน่ๆวันที่เหลือ พักผ่อนร้วนๆ ฮี่ๆ^^
May 25 นับหนึ่งอีกครั้ง25 พฤษภาคม 2550 13:30 น.
และแล้วการเดินทางตามหาฝันแรกของผม ตลอดเวลากว่า 8 ปี ก็จบลง เมื่อผมเดินไปรับเลขทะเบียนใบประกอบวิชาชีพ
-วันนี้ผมได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระอย่างเต็มตัวแล้วครับ-
วันนี้ก็ตื่นเต้นดี และก็ดีด้วยที่มีกลุ่มสาวๆจากไหนไม่รู้ที่อยู่แถวนั้น มาแสดงความยินดีด้วย
ผมก็ยิ้มตาแหลม หน้าบาน อย่างเดียว ขอบคุณค้าบบ
แต่ในขณะเดียวกัน ในใจผมมันกลับรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรข้างในมันสับสนวุ่นวายและ"ขัดแย้ง"
คำๆนี้ผมรู้จักดี และได้ยินบ่อยๆจากคนใกล้ตัวผม มันเป็นสิ่งที่ติดอยู่กับตัวผมมานานแล้วครับ
พอมาวันนี้มองดูเงาของตัวเองบนประตูรถไฟฟ้า ผมมองเห็นอะไรบางอย่าง
ถ้าวันนี้เป็นเหมือนสี่ปีที่แล้ว ความรู้สึกคงไม่เป็นอย่างนี้
บอกตามตรงว่า เมื่อก่อนผมเคยภาคภูมิใจกับสิ่งที่เป็น ภูมิใจกับสิ่งที่อยู่ภายในของตัวเอง
แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนั้นยังมีอยู่หรือเปล่า
"พี่มง จำไว้คนเรามันมีอะไรในตัวเองที่ดีกว่า สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตานะ"
คำๆนี้แม้จะได้ยินมาเกือบปีแล้ว แต่ก็ยังก้องอยู่ในหูเสมอ
และมันก็ดังถี่ขึ้นมาสองสามวันแล้ว
และแล้วทริปในวันนี้ของผมก็จบลงอย่างเงียบๆ พร้อมกับ
"ม้า มงได้เบอร์ 9046 นะ"
"จะแทงคู่หน้าหรือหลังดี"
"ก็แล้วแต่ดิ วู้"
ก็ถือว่าภารกิจอีกชิ้นหนึ่งของผมสำเร็จแล้วละนะ ยังไงก็ดีใจอยู่ดีล่ะ เหนื่อยมาก็เยอะแล้วนี่
สักวันผมอาจจะมีร้านเล็กๆ ชื่อ ลิงน้อยการบัญชี ก็ได้นะ ฮ่ะๆๆ
มาดูกันนะครับ ว่าภารกิจต่อไปของผมจะเป็นอะไร ก้าวที่หนึ่งบนเนินเขาขั้นที่สองกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
แล้วคุณล่ะ พร้อมที่จะนับหนึ่งไปพร้อมกับผมไหม?
May 13 รถด่วนขบวนสุดท้ายพักนี้ไม่รู้เป็นอะไร ชื่อบลอกแต่ละอันเหมือนเพลงหวานรุ่นคุณแม่ยังสาว ฮ่ะๆๆ
จากการที่เลิกงานดึกติดต่อกันสองสามวัน ทำให้ได้รู้ว่า การโบกรถแท็กซี่ตอนดึกๆไม่ใช่เรื่องง่าย
ยิ่งคนที่มีหน้าตาประหลาดๆอย่างเราๆ ขนาดอยู่ในมุมมืดๆ เห็นไม่ค่อยชัด เขายังไม่อยากจะรับเลยหรือไงวะ
วันที่เลิกงานดึก ไอ่เราก็ได้ออกมาก่อนน้อง ก็ขึ้นรถไปได้ไม่ยากมาก
แต่ไอ่น้องที่ออกมาหลังเราดิ โทรมาบอกว่า
"ฮื้อ พี่มง ขึ้นรถไม่ได้ซักที"
"ไปยืนที่สว่างๆหน่อยดิ เขาจะได้เห็นเรา"
"ไม่มีอะ ตอนนี้มันตีสองแล้วนะ อย่าลืมดิ โบกมาสี่ห้าคันแล้วนะ"
"ลองถลกกางเกงโชว์ขาอ่อนดิ เผื่อจะมีโรคจิตจอดรับ"
"ไอ่บ้า แต่ทำอยู่นะ ฮ่ะๆๆ"
หลังจากทำท่าพิลึกๆอยู่ในมุมมืด ก็มีรถด่วนขบวนสุดท้ายมารับน้องคนนั้นจนได้
เข้าเรื่องดีกว่านะ...ชีวิตคนเราบางจังหวะมันก็เหมือนการโบกรถเหมือนกันนะครับ
เคยมั้ยที่ยืนโบกรถอยู่ตั้งนาน ก็ไม่มีรถมารับเราสักที
ครั้งแรกๆ เราก็มั่นใจไง ยืดแขนออกไปสุดๆ โบกแรงๆ
ถ้ามันผ่านไปไม่ยอมรับ
แต่มีคันที่สอง ที่สามผ่านมา เราก็ยังมั่นอยู่นะ
โบกแบบเอามือตวัดเหนือหัว เหมือนเล่นเวฟ
เอาเป็นว่า ถ้ายังไม่ได้ขึ้นอีก ท่าสุดท้ายก็ โชว์หน้าแข้งอ่อนกันทีเดียว
555
ถ้าเป็นผม ก็ทำนะ แต่พอมาถึงจุดนึงก็จะคิดว่า
ทำไมไม่มีรถคันไหนเห็นเราเลยอะ เราอยู่ที่ๆมืดไปรึเปล่า เขาถึงมองไม่เห็นว่าเราทำอะไรอยู่
หรือเราทำท่าอุบาทว์เกินไป เขารับไม่ได้ ขับหนีแมร่งเลย
"เฮ้ยๆๆ กรูไม่ได้อะไรนะ แค่อยากขอนั่งกลับบ้านแค่นั้นเอง"
โบกไปนานๆ ความมั่นใจก็หายอะ ได้แต่ยืนนิ่งๆ ยืนกระดิกนิ้วเรียกรถ
มันอายคนรอบข้างด้วยนะ เฮ้ยไอ่นี่ไม่มีใครรับมันเลยว่ะ
และแล้วเราก็เสียเซ้วไปตามระเบียบคับทั่น
แต่....
ก็เหมือนน้องของผมคนนั้น ถ้าคุณยังยืนยันว่าคุณต้องการโดยสารรถเขากลับบ้าน
แล้วก็พยายามเรียกรถต่อไป ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม โดยที่ไม่ต้องอาย ไม่ต้องแคร์สายตาคนอื่น
สุดท้ายแล้ว มันก็จะมีคนขับแท็กซี่ใจดี มาจอดรับคุณเองแหละ
ไม่ว่ามันจะดึก หรือ มืดแค่ไหน
ไม่ว่าทางกลับบ้านคุณมันจะสั้นหรือยาว ต้องใช้เวลามากหรือน้อยแค่ไหน
แต่อย่างน้อยเขาก็ยินดีอยู่กับคุณ เป็นเพื่อนร่วมทางไปตลอดเส้นทางแน่นอน
============================================
จบแล้ว..อ่านแล้วได้คิดตามกันป่าวครับ ทำงานเลิกดึกๆนั่งรถกลับบ้านเงียบๆแบบไม่มีคนแล้วได้คิดอะไรเยอะดี
พรุ่งนี้ก็ต้องไปเมืองเก่าอีกแล้ว ไปโรงงานฮอนด้าด้วย ขอให้มันเป็นจ็อบสุดท้ายจริงๆตามตารางด้วยเหอะ สาธุ!
เวปเวิบแมร่งเล่นไม่ได้
แถมอยู่ที่นั่นเหงาและเปลี่ยวอะ เบื่อจิง
คงรุนะว่าเวลามงเปลี่ยวจะต้องการอะไร สำหรับคนที่รู้ ช่วยๆกันด้วยนะ
ว่าแต่...
กลับมาจะมีรถด่วนมารับบ้างไหมอะ?
May 07 บอกหน่อยได้ไหมช่วงนี้เริ่มรุสึกว่าตัวเองเริ่มไม่ไหวละ ขี้เกียจตัวเป็นขน
เพื่อนๆเขาไปเรียนต่อ ไม่ก็ลาออกไปตามฝันกันถึงไหนละ ทำไมยังใช้ชีวิตไปวันๆยังไงไม่รู้
ไม่ค่อยมีจุดหมายเลย บางทีก็ไปสนใจเรื่องที่มันไม่ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตตัวเองเท่าไรเลย
ยังดีที่สองอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่ได้เที่ยวไหน เลยได้เคลียร์ตัวเอง
ไปหาหมอฟันใช้สิทธิประกันสุขภาพ ไปตัดผม ไปติดADSL ไปเปิดเบอร์ทรูมูฟ
ใกล้หมดปี PwC2006 แล้วนะนี่
ที่ต้องเคลียร์ๆก่อน ก็เพราะอีกสามอาทิตย์จะเป็นช่วง low season ละ
จะได้ทำอะไรที่ตั้งใจไว้เต็มที่ซะหน่อย
เพราะอย่างถ้าไปตัดผมช่วงนี้น ก็ต้องเสียเวลากบดานอีก1อาทิตย์ ไม่ดีแน่นอน
มีลาพักร้อน 10 วันรวด ก็จะได้ใช้เวลาให้คุ้มทุกวัน สมกับที่รอมาทั้งปี
และก็เอาโบนัสไปถลุงเล่นซะหน่อย ฮ่ะๆๆ
ถ้าว่างจริงๆ คงต้องว่ายน้ำจริงจังละ ก็จริงจังมาเป็นปีแล้วนะ จากว่ายไม่เป็น ก็ว่ายเป็นแบบท่าอะไรก็ไม่รู้
ฟรีสไตล์ก็ไม่ได้ซะที เพิ่งได้เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ก็แค่ 25 เมตรก็จะขาดใจตายแล้ว
กินน้ำไปก็เยอะละ จนแสบกบาลเลย เวลาไปว่ายแต่ละที
หึๆ ทำเป็นมนุษย์สุขภาพ จริงๆแล้วก็แอบฝึกว่ายน้ำ
สำหรับเพลง บอกหน่อยได้ไหม
ฟังชื่อเพลงนี้ตอนแรกนึกว่าของป้าตู่ นันทิดา ซะอีก 555
แต่ไม่ใช่นะนี่ เป็นเพลงของ พี่นพต่างหาก
จริงๆมีอีกเวอร์ชั่นที่เป็นร้องคู่กับผู้หญิงด้วย แต่ไม่รู้เป็นเสียงใครอะ เดาว่าน่าจะเป็นน้องเพลินป่ะ?
แต่ฟังอีกทีก็เหมือน แอน ทองประสม ตกลงใครก็ไม่รู้ล่ะ
แต่เพราะดีพิลึกเนอะ- ===============================
April 25 แค่อยากให้เธอเห็น..เหมือนที่ฉันเห็นวันนี้เป็นวันที่ 3 แล้วสินะ ที่มาป้วนเปี้ยนอยู่แถวตึกชิน บรรยากาศทั่วไปก็คึกคักดีครับ เว้นแต่อากาศที่ร้อนมากๆ ทำให้การเดินเท้าจากรถไฟฟ้ามาที่ตึกไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เท่าไหร่
ครั้งนี้เป็นไตรมาสแรกที่ได้มาทำงานที่นี่ในฤดูร้อนซะด้วย เท่จริงๆ หนุ่มสาวส่วนใหญ่ที่นี่ เค้าจะใส่เสื้อเชิ้ตขาว รัดกุม ตามสไตล์เด็ก K แบงค์ ทุกคนดูดี มีสกุลจริงๆ นี่แหละที่ทำให้ตอนหน้าหนาวชอบเดินไปกลับขึ้นรถไฟฟ้าบ่อยๆ แต่ไม่ใช่ช่วงนี้แน่ หลังจากที่ได้ยินว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ร้อนที่สุดของปี วันนี้เลยขอไปหาที่ๆสบายๆนั่งทานอะไรซะหน่อย นี่เป็นมื้อเที่ยงวันนี้ของผมครับ พรุ่งนี้พวกเราจะไปฉลองวันที่hot ที่สุดแห่งปีที่ ส้มตำกางเตนท์เอาให้เหงื่อมันออกมาให้หมดทั้งร่างกันเลยทีเดียว
Cheers!
ที่เล่ามาทั้งหมดก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ
แค่อยากให้เห็น เหมือนที่ผมเห็น ..แค่นั้น
April 21 24 ชม. วันพิเศษ คนพิเศษ คืนพิเศษ55 hO HO Ho ในที่สุดก็ถึงวันพิเศษของข้าพเจ้าอีกครั้งแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นใน 24 ชม. ต่อจากนี้บ้าง ลองอ่านดูนะครับ
คนแรก...
วันที่ 19 เม.ย. 2550
20:15 อยุธยา
ขณะที่กำลังกิน Swenzen บราวนี่อยู่อย่างเอร็ด เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น 'อ่านปากของชั้นนะว่า ตึ๊ง ตึง..... ' - เพราะความอยากเป็นคนแรก น้องก็เลยชิงโทรมาล่วงหน้ามากๆ ถึงกับข้ามวันกันเลยทีเดียว แต่ก็ไม่น่าเกลียดอะไรครับ แค่ประมาณ 4 ชม. ก่อนวันคล้ายวันเกิด และมันก็เป็นคนแรกก่อนทุกๆคนจริงๆ ฮ่ะๆ มุขนี้เอาไปใช้กันได้นะครับ แต่อย่าก่อนมาก มันจะอุบาทว์
คนแรก...วันพิเศษ
วันที่ 20 เม.ย. 2550
00:05 โรงแรม,อยุธยา
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น 'ไม่อยากให้เธอมีใครมาจีบ ..อย่านะชั้นหวง" - พร้อมกับเสียงของบุคคลคนแรกในวันพิเศษ
เค้กที่ไม่โดนปาดหน้า
วันที่ 20 เม.ย. 2550
00:15 โรงแรม,อยุธยา ผมกำลังเตรียมนอนหลับอย่างสบายๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแรงและรัว ผมตกใจตื่นนึกว่าผีหลอกหรือว่าโจร พอเปิดประตูห้องออกไป ก็พบคณะน้องๆพร้อมเค้กจุดเทียนแปดเล่มอย่างดี 555 เซอร์ไพรส์มากๆและปลื้มมสุดๆ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เป่าเทียนครับ หลังจากนั้น ทุกคนแยกย้ายกลับห้องของตัวเอง ทิ้งไว้เพียงแต่กลิ่นควันเทียนในห้องของผม และเค้กที่ไม่ได้รับการแตะต้องแต่อย่างใด เพราะไม่มีใครในที่แห่งนี้ต้องการเพิ่มน้ำหนักให้ตัวเองในเวลาเที่ยงคืน...
ผมนอนหลับท่ามกลางกลิ่นควันที่อบอวลคละคลุ้งในห้อง...
คนพิเศษ...วันพิเศษ
วันที่ 20 เม.ย. 2550
07:15-16:00, อยุธยา
Thanks to ญาติโยมเพื่อนพ้องน้องพี่คนพิเศษทุกคนคับบ^^
คนพิเศษ...คืนพิเศษ
วันที่ 20 เม.ย. 2550
20:15 ชิดลม
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง 'อ่านปากของชั้นนะว่า ตึ๊ง ตึง..... '
................
ฮ่ะๆ เหตุการณ์ตลอด 24 ชม. ที่ผ่านมาเริ่มต้นที่คนแรก ที่สุดท้ายกลายเป็นคนพิเศษในคืนพิเศษ
ที่นอกจากไม่เพียงแต่โผล่หน้ามาให้เห็นตอนดึกดื่นค่ำๆ แต่ก็มาพร้อมเสียงเพลง คนพิเศษ...คืนพิเศษ ของดา เอนโดฟริน
เสียงของเธอช่างไพเราะจับจิตผมจริงๆ
จริงๆแล้วผมอยากเจอคนพิเศษทุกๆคนให้หมดในวันนี้วันเดียวเลย แต่มันยากที่จะเจออะ และก็ไม่คิดว่าทุกคนจะว่างมาร่วมสนุกในคืนพิเศษกับผมด้วย แต่ก็อย่างที่เคยบอกๆไว้ "แค่ไม่ลืม..มงก็ดีใจแล้ว^^"
วันพิเศษกับทุกคนพิเศษของผม จบลงในคืนพิเศษเวลา 23:00 น. ครับ
ปล. คนพิเศษในคืนพิเศษคือใครเหรอ? ... ก็น้องดา น้องสาวสุดที่รักของผมไง้ ไม่ใช่คู่ขานะ อย่าเข้าใจผิดเอิ๊กๆ
-จบ-
April 05 ไม่อยากให้เธอมีใครมา...อะไรบันดาลให้เธอดู work
เกิดมาน่ารักน่า love กว่าคนทั่วไป
Lookเธอก็โดน ท่าทางก็เด่นจนฉันสะกด
เธอทำให้ใครต่างมองต่างยิ้ม
แต่ฉันนี่ซิที่มันต้องฝืนต้องทน
เห็นเคลิ้มจัดๆ ที่จริงข้างในนะ Hurt
เพราะใครๆก็ชอบเธอเกินไปมันเลยวางใจไม่ค่อยลง ขอให้เธอช่วยเหลือฉันสักหน่อยได้ไหม
ไม่อยากให้เธอมีใครมา.. อย่านะฉันหวง
ไม่อยากให้ใครเห็นเธอน่ารัก อย่านะฉันห่วง
ฉันหวงจนใจเต้นรัว
ขอร้องเธอช่วยหยุดทีได้ไหม
ไม่อยากให้เธอมีใครมา.. อย่านะฉันหวง
ไม่อยากให้เธอมีแฟนหมดนะ อย่านะฉันห่วง
แม้ตัวเธอจะไม่รัก ถึงฉันต้องอกหักก็ไม่ให้ใคร
ทุกอย่างต้องการการดูแลครับ ^^
|
|
|